[BR]ทางเลือก? (Day1) 1/2

posted on 01 Dec 2012 16:25 by lovelypie in BR

 

เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมตามติดชีวิตนักเรียนม.สาม

 

 

 

Character : เซย์ฮะ อาโอกิ นร.ชายเลขที่ 10/ ชิโนดะ นางิ นร.หญิงเลขที่ 11

Rating : PG 

Warning: ก็... ไม่มีอะไรเลยอ่ะนะ

อนึ่ง: ก๊อปกูเกิ้ลดวกส์มา ดังนั้นอาจจะเกิดปัญหาทางการเว้นบรรทัดไม่น้อยเท่าใหร่นัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“.......................”

 

 

เซย์ฮะ อาโอกิ นั่งเหยียดขาพิงกำแพงอยู่ภายในสถานที่ซึ่งหน้าตาดูเหมือนโรงงานที่ไม่มีคนใช้แล้ว เขาหอบเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยประกอบกับความหนักของกระเป๋าสองใบที่ต้องแบกมาพร้อมๆกัน รอบข้างนั้นค่อนข้างมืดเพราะไม่ได้เปิดไฟ แต่ไม่ได้อยู่ในระดับที่มองไม่เห็นเพราะยังมีแสงสว่างของดวงอาทิตย์เล็ดรอดเข้ามาอยู่ดี

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลมองไปยังกระเป๋าใบที่สองที่เพิ่งได้รับมา

 

ใบแรกคือกระเป๋าเดินทางที่รวบรวมของไว้ ต่อให้ไม่ได้มองก็รู้อยู่แล้วว่าข้างในมีอะไรในฐานะที่เป็นคนจัดเอง

 

ส่วนอีกใบเป็นกระเป๋าที่เพิ่งได้มา เขามองกระเป๋าใบนั้นแล้วขมวดคิ้ว

 

 

 

นี่มันอะไรกันน่ะ?

 

 

ล้อเล่นแบบนี้ ไม่ตลกเลยซักนิด

 

 

อาโอกินึกถึงสิ่งที่ตัวเองได้ยินมาในโรงเรียนเก่าที่ตัวเองเพิ่งจากมา

ชายแปลกหน้าคนหนึ่งได้บอกกับทุกคนให้”ฆ่ากันเองเพื่อให้ตัวเองรอด” เด็กหนุ่มฟังรายละเอียดพอจับใจความได้แบบนั้น

เขาเข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายต้องการให้ทำอะไร แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำ

 

 

แล้วทำไมเราจะต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ?

 

 

 

 

นั่นเป็นสิ่งที่เขาสงสัยที่สุด แต่ก็คงไม่มีใครหรือหนังสือเล่มไหนบอกคำตอบได้ในตอนนี้

อาโอกิลองนึกถึงความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นการก่อการร้ายก็ได้...

และบางทีรัฐบาลหรือตำรวจอาจจะพยายามหาทางช่วยพวกเราออกจากเกาะภายในเวลาอันใกล้

 

 

ไม่สิ... รัฐบาลงั้นเหรอ?

 

 

 

ทันใดนั้น จู่ๆเขาก็นึกขึ้นได้ว่าผู้ชายที่เป็นคนบอกรายละเอียดของเกมได้กล่าวไว้ว่า ชื่อของเกมนี้คือ

 

 

 

 

 

“..แบทเทิลรอยัล”

 

 

 

อาโอกิพึมพำแล้วนึกไปถึงสิ่งที่ตัวเองรู้

 

 

 แบทเทิลรอยัลเป็นโปรแกรมโชว์รายการหนึ่งที่เป็นของรัฐบาล

 

 

เด็กหนุ่มเคยได้ยินชื่อรายการนี้เมื่อนานมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจใคร่รู้เพราะไม่ใช่คนที่ชอบดูเกมโชว์

 

 

เขาพยายามนึกถึงเหตุผลจะมารองรับว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของรัฐบาล

ทันใดนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าที่ได้รับมา จึงตัดสินใจเปิดกระเป๋าใบที่สองเพื่อพิสูจน์สมมุติฐานนั้น

 

 

 

บางที.. นี่อาจจะเป็นกิจกรรมเลียนแบบของทางโรงเรียนที่ทำมาเซอร์ไพรส์นักเรียนก็ได้

 

คงไม่ได้ให้ฆ่ากันจริงๆหรอกน่า

 

 

 

 

 

แต่เพราะว่ามันเป็นแค่ความคิด ดังนั้นเรื่องจึงจึงเปลี่ยนแปลงไม่ได้อยู่ดี

 

ในกระเป๋าใบนั้นมีแมชชีนกันสีเทาเข้มๆกระบอกหนึ่ง อาโอกิชะงักแต่ยังพยายามหยิบมาสำรวจดูด้วยสมมุติฐานว่ามันอาจจะเป็นพลาสติกเลียนแบบ แต่ก็ชะงักไปเมื่อพบว่ามือข้างเดียวไม่สามารถยกอาวุธในกระเป๋าออกมาได้อย่างง่ายดาย

 

 

น้ำหนักของปืนกระบอกนั้นราวๆสามกิโลกรัม อุณหภูมิเย็นๆของโลหะที่บ่งบอกว่าไม่ใช่ของปลอมส่งผ่านเข้ามาที่มือ

 

เด็กหนุ่มตกตะลึงกับสิ่งที่ตัวเองพบ

 

ปืนกระบอกนี้เป็นของจริง

 

..เย็นไว้ก่อน... กระสุนล่ะ? บางทีอาจจะแค่บีบีกันหรือเพ้นท์บอลก็ได้

 

 

 

 

เขาไล่นิ้วไปบนปืน ลองพยายามแกะส่วนประกอบของปืนออกมาดู และเมื่อสามารถแกะจุดที่เอาไว้ใส่กระสุนออกมาได้แล้วจึงมองสิ่งที่อยู่ข้างใน

 

แพ็คกระสุนปืน 9mmจำนวนไม่น้อยปรากฏในสายตาของเขา ซึ่งเป็นหมายความว่านี่เป็นอาวุธปืนของจริง

 

อาโอกิมองแพ็คกระสุนนั้น และใส่กลับเข้าไปโดยยอมแพ้ที่จะนึกถึงสมมุติฐานอะไรอีก

 

 

ถ้าหากทุกอย่างเป็นความจริงล่ะก็

บนเกาะแห่งนี้น่

ไม่มีใครที่ไหนมาช่วยเราได้ทั้งนั้น

 

 

 

 

 

เขารู้สึกสิ้นหวังขึ้นมา

ไม่รู้ว่าป่านนี้ในครอบครัวและคนรู้จักคนอื่นๆจะเป็นยังไงกันบ้าง

  

 

ป่านนี้ พวกเขาคงต้องเสียใจแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

…............

 

 

 

 

 

"แล้วถ้าไม่สู้ก็ต้องตาย?"

 

"ก็ต้องสู้สิ"

 

"นึกว่าจะเล่นบทพระเอกยอมถูกฆ่าซะอีก"

 

"ไม่เอาหรอก ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มต้องอ่าน"

 

 

 

 

 

 

ไม่สิ.....

 

 

 

 

"งั้นไว้เจอกัน~ อย่าไปตายกลับมาล่ะ~"

 

 

"อืม"

 

 

 

 

…..

 

 

 

 

ไม่ใช่แล้วล่ะ

 

มันยังเร็วเกินกว่าที่จะสิ้นหวัง

 

 

 

เด็กหนุ่มกำมือแน่น เขาก้มลงมองแล้วหาทางปลดเซฟตี้ปืน

คำพูดสุดท้ายกับน้องสาวของตัวเองเมื่อวานก่อนที่จะไปทัศนศึกษาผุดขึ้นมาในหัวเมื่อชั่วครู่

 

 

 

ถ้าเกิดว่าไม่มีใครจะมาช่วยได้ล่ะก็

 

คงต้องช่วยตัวเอง

 

 

 

“ฆ่ากันจนกว่าจะเหลือคนเดียว คนสุดท้ายที่รอดชีวิตจะได้กลับไป”

อาโอกิทวนคำพูดที่ได้ยินมาในห้องเรียนเก่า

 

 

ถ้าจะกลับไป ก็ต้องฆ่าทุกคน

 

 

 

…....

 

 

 

ถ้าจะกลับไป ก็ต้องฆ่าทุกคนงั้นเหรอ?

 

 

 

 

 

 

เขานึกไปถึงห้องเรียนเมื่อวันก่อนที่ไม่ใช่วันนี้

 

นึกถึงทุกๆคนในห้องเรียน ทั้งสี่สิบกว่าคน

นึกถึงเสียงเอะอะวุ่นวายที่เป็นเรื่องปกติ

นึกถึงเรื่องราวต่างๆทั้งดีและไม่ดี

นึกถึงรอยยิ้มของแต่ละคนตอนได้ยินว่าจะมาทัศนศึกษา

 

 

 ................

"....ไม่.."

 

ไม่เอาด้วยหรอก ของแบบนั้น

 

 

 

แต่ว่า....

 

 

 

"แล้วถ้าไม่สู้ก็ต้องตาย?"

 

"ก็ต้องสู้สิ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ฉันยังไม่อยากตาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แล้วถ้าไม่อยากตาย แต่ไม่อยากฆ่า... จะทำยังไงดี?

 

 

เซฟตี้ปืนปลดสำเร็จแล้ว บ่งบอกว่าปืนนี้ใช้ยิงได้ทุกเมื่อที่ต้องการ อาโอกิจ้องมองปืนพลางใช้ความคิดหาวิธีที่ว่า

 

 

 

เขานึกถึงวิธีที่จะทำให้ปลอกคอไม่ทำงาน

 

วิธีที่แรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือการบุกไปยังโรงเรียนเก่าที่เป็นสถานที่ทำการของรัฐบาลและถล่มให้ราบ แต่เห็นปืนในมือแล้วก็ถอดใจเพราะว่าแค่ปืนกระบอกเดียวคงทำอะไรไม่ได้กับทหารทั้งกองที่มีอาวุธพร้อม และตัวเขาก็ไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งด้วย

 

 

และถ้าหากโดนจับได้ขึ้นมา หัวคงระเบิดไปในพริบตาแน่ๆ

 

 

 

 

เขานั่งคิดอีกหลายวิธี แต่ก็ยังนึกวิธีที่ว่าไม่ออกอยู่ดี อาจจะเป็นเพราะสิ่งที่ตัวเองรู้ตอนนี้มีน้อยเกินไป จึงตัดสินใจว่าจะกู้สถานการณ์เฉพาะหน้าไปก่อน

 

 

 

 

อย่างน้อยตอนนี้ขอป้องกันตัวเองก่อนละกัน

 

จะใช้วิธีข่มขู่ หรือยังไงก็ได้ อย่างน้อยก็ให้อีกฝ่ายถอยไปก็ยังดี

 

 

 

 

แต่ถ้าเกิดว่าอีกฝ่ายคิดจะฆ่าจริงๆล่ะก็ คงไม่มีทางเลือก....

 

 

 

 

 

ต่อให้ไม่อยากทำก็เถอะ

 

 

 

 

 

เขาสรุปได้ดังนั้น และตัดสินใจเก็บปืนวางพิงกำแพงไว้และเปลี่ยนเรื่องมาคิดถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างน้ำกับอาหาร หรือสิ่งที่ตัวเองต้องทำหลังจากนี้ก่อน

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

หลังจากนั้นจู่ๆก็ได้ยินเสียงเหล็กกระทบกัน ตามด้วยเสียงหวีดร้อง ดังนั้นเขาจึงเดินไปสักพัก เงี่ยหูฟังเสียงรอบตัวเพื่อหาความผิดปกติ และรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังหลบอยู่ใกล้ๆ

 

สุดท้ายเขาก็พบกับชิโนดะ นางิ หลบอยู่หลังแทงค์

 

 

เธอมีท่าทางตื่นกลัว และดูไม่น่าจะใช่คนที่คิดจะมาฆ่าเขา แต่เขาลองนึกดูแล้ว ในนิยายหรือการ์ตูนก็มักจะมีตัวละครแบบนี้ ซึ่งจริงๆเป็นแผนการหลอกให้ตายใจและฆ่าทิ้งทีหลัง ถึงแม้ว่าเท่าที่รู้จักมาตลอด นางิไม่ใช่คนแบบนั้นแน่นอน แต่ในเกมนี้ก็ไม่มีอะไรมายืนยันได้

 

นางิได้ขอให้อาโอกิวางอาวุธลง อาโอกิได้ยินดังนั้นจึงถามคำถาม

 

 

“...แล้วเธอคิดจะฆ่าฉันรึเปล่าล่ะ?”

 

 

 

หลังจากลองยิงคำถามออกไป เด็กสาวก็ลนลานอย่างเห็นได้ชัด และปฏิเสธอย่างแน่ชัดว่าไม่มีทาง

เขามองอีกฝ่ายที่ยืนยัน นั่นทำให้เขานึกถึงตัวเองที่ถ้าหากได้รับคำถามแบบนี้ ยังไงก็คงตอบแบบเดียวกัน

 

แต่ว่า... ถ้าเกิดว่าเขาถอยกลับตรงนี้ ใครจะไปรู้ว่าอีกซักห้านาทีอาจจะมีการเปลี่ยนใจก็ได้

 

 

 

 

“แล้วในอนาคต?”

 

 

 

แน่นอนว่าคำตอบนั้นเป็นเสียงโวยวายว่าจะทำได้ยังไง แต่ก็ไม่พูดอย่างเต็มปากอยู่ดีว่าไม่มีทางจะทำ

 

เขาถอนหายใจเบาๆ แต่เพราะว่าไม่รู้อนาคตเลยไม่สามารถจะลดอาวุธเพียงหนึ่งเดียวได้

 

 

หลังจากนั้นก็เกิดอุบัติเหตุที่ท่อก็ร่วงกราวลงมาจนเขาตกใจ และจู่ๆนางิก็ถามถึงอาวุธของเขาขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

อาโอกิตัดสินใจโกหกเพราะว่าตัวเองใช้อาวุธไม่เป็นและไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ถึงความอนาถ แต่ก็ถูกจับได้ว่าโกหก จึงยอมบอกความจริง

 

แน่นอนว่านางิแสดงอาการตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัดว่าเขาจะยิงใส่ แต่ก็สมควรอยู่แล้วที่จะกลัว ดังนั้นเขาจึงบอกไปว่าไม่ได้คิดจะยิงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

เมื่อเด็กสาวได้ยินดังนั้นจึงหลบไปอยู่ที่มุมและไม่ได้แสดงอาการอะไรมาก เขาจึงตั้งท่าจะกลับเพราะรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์ถ้าจะคุกคามเด็กผู้หญิงที่ตื่นกลัว และหากปะทะกันจริงๆก็อาจจะโดนฆ่าด้วยเคียวในมือของอีกฝ่าย

 

 

แต่จู่ๆพอหันหลังจะเดินกลับก็โดนพุ่งเข้าชาร์จด้วยเหตุผลที่ว่าต้องอยู่ในระยะสายตา ตัวอาโอกิเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธจึงตกลงโดยยื่นข้อเสนอว่าต้องเอาของมาด้วย

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สุดท้ายแล้ว ทั้งสองจึงนั่งพิงกำแพงอยู่ในความเงียบโดยที่มีของทุกอย่างวางไว้ข้างตัว

 

 

…......เอายังไงต่อดีล่ะ....

 

ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้วด้วย.... สงสัยคืนนี้คงต้องแหกตานอน..

 

แต่พรุ่งนี้นี่สิ.. จะเอายังไงดี..

 

 

 

“..... อาโอกิคุง ... คิดอะไรอยู่อะ?”

 

นางิถามขึ้น เด็กหนุ่มนั่งคิดสักพักหนึ่งแล้วจึงตอบ

 

 

“ก็หลายๆเรื่อง..”

 

 

อีกฝ่ายพูดขึ้น

 

“ฉันน่ะ.. อยากกลับบ้าน.. อยากไปหาพ่อกับแม่ อยากทานข้าวที่บ้าน.. อยาก.. ไปลองเครื่องแบบม.ปลายอีกรอบ อยาก..”

 

 

เขาชะงักเล็กน้อย

 

“นั่นสินะ..”

 

 

ฉันก็อยากทำเหมือนกันน่ะแหละ...

 

ไม่รู้ว่าป่านนี้ที่บ้านจะเป็นยังไงบ้าง...... โดยเฉพาะคุโรวะ..

 

 

อาโอกินึกถึงน้องสาวของตัวเองขึ้นมา

 

 

 

 

“ฉันกำลังคิดอยู่ว่าทางคนจัดเกมจะส่งข่าวแบบไหนให้ครอบครัวเรา..”

 

 

จริงสินะ...

 

พ่อกับแม่คงจะไม่บอกความจริงหรอกมั้งว่าพี่ชายไปทัศนศึกษาแล้วเจอโปรแกรมแบทเทิลรอยัล..

 

.. อาจจะกลายเป็นว่าฉันตายหรือหายตัวไปแล้วก็ได้

 

หายสาบสูญ? รถคว่ำ? จารกรรมรถบัส?

 

 

 

ถ้ากลับไปไม่ได้..... คงจะเป็นแบบนั้นจริงๆ.....

 

 

 

 

นางิพูดติดๆขัดๆเหมือนจะพูดไม่ออก...

 

 

“แต่ว่า แต่ว่า ถ้าสุดท้ายแล้วทุกคนต้องตาย.. “

 

น้ำเสียงที่ได้ยินนั้นค่อยๆลดลง... จนเบามาก

 

“..กันหมดจริงๆ แล้ว... แล้ว..”

 

 

 

 

 

เด็กสาวสูดจมูกแล้วไม่พูดอะไรอีก ส่วนอาโอกิก็ไม่คิดจะพูดอะไร ทำได้เพียงแค่นั่งเงียบเท่านั้น

 

 

 

 

 

...ถ้าสุดท้ายทุกคนต้องตาย..

 

 

คงจะไม่มีใครที่รู้สึกเฉยชาหรือยินดีหรอก

 

 

 

..ฉันก็เหมือนกัน

 

 

….

 

 

 

มันไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วรึไง??

 

 

 

วิธีที่จะไม่ตายโดยที่ไม่มีใครตายน่ะ?

 

 

 

 

 

 

------------------------------------------------------------------

อาจจะมึนๆไปบ้างเพราะพิมพ์สดแทบไม่ได้วางพล็อต.. //สารภาพบาป

คาแรกเตอร์ไม่รู้หลุดมั้ย เพราะจริงๆซึน แต่ว่าหาที่ลงให้ซึนไม่ได้ เลยให้ตอนนี้ใช้ความคิดอย่างเยือกเย็นไปก่อน; w ;

 

รู้สึกอนาถมากเพราะภาษาไม่ดี..... แต่อยากเข้าสายฟิคนะ จะพยายาม; w ;

นี่เป็นฟิคที่ฝอยได้ยาวที่สุดในชีวิตตัวเองแล้ว ปกติทำได้ไม่เคยเกินสามหน้า รอบนี้น่าจะประมาณเจ็ดหน้าได้

 

เชื่อว่าหลายๆคนมาตามดูคนระเบิดโรงงาน แต่ว่าอันนั้นเอาไว้พาร์ทสอง รวมทั้งวันแรกและวันที่สอง

เพราะวันที่สองนั้นเป็นเพียงชีวิตของเด็กติดเกาะ..

 

 

ส่วนตัวเรื่อง.. จากที่พยายามจะฝอย

จากในนี้จะพยายามสื่อให้เห็นได้ว่ากว่าจะเยือกเย็นไปยิงชาวบ้านได้ต้องผ่านการพยายามหนีความจริง...

แต่ความจริงก็เป็นความจริง มันหนีไม่พ้น..

 

โดยลำดับความพยายามหนีความจริงจะประมาณนี้

  • ตอนแรกคิดว่าอาจจะเป็นก่อการร้าย แล้วเดี๋ยวก็จะมีคนมาช่วย
  • นึกได้ว่าแบทเทิลรอยัลเป็นกิจกรรมของรัฐบาล
  • คิดดูอีกที อาจจะเป็นเรื่องตลกร้ายของโรงเรียนที่จัดกิจกรรมมาโทรลนักเรียนต้อนรับทัศนศึกษา
  • แต่ก็ไม่อยากจะเชื่อใจมากเลยเปิดกระเป๋าดูพิสูจน์
  • เจอปืน แล้วดันเป็นปืนจริงมีกระสุนจริง
  • รู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาทันที ว่าตัวเองกลับไปไม่ได้แหงๆ
  • ทันใดนั้นคำพูดกับคุโรวะ(น้อง)ก็แว้บเข้ามา เลยนึกได้ว่าตัวเองต้องสู้
  • ดังนั้นต้องยอมรับชะตากรรมแล้วสู้ต่อไป
  • ......เดี๋ยวนะ ถ้าจะสู้ต้องไปเชือดชาวบ้านนี่หว่า
  • เลยคิดหาวิธีที่จะไม่ตายและไม่ทำให้ใครตาย แต่นึกไม่ออก
  • คิดไปคิดมา จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการปกป้องตัวเองแต่ไม่ฆ่าใครก่อน แต่ว่าถ้าเกิดอีกฝ่ายคิดจะเชือดจริงๆคงไม่มีทางเลือก
  • จบการฟุ้ง กลับเข้าโหมดวางแผนเยือกเย็นได้

 

 

แล้วก็เจอนางิ กะจะตัดเหมือนกันแต่กลัวจะงงเลยเขียนตัดตอน หลังจากนั้นพอได้ยินเจ้าตัวเพ้อหาครอบครัวก็รู้สึกเฟลกับฝั่งตัวเองเหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมรับแล้วพยายามหาทางเลือกอื่นต่อไป (ตามจั่วหัวเรื่อง)

 

จริงๆแล้วถ้าเกิดว่าส่งไปอยู่ตรงกลาง รูทคงเปลี่ยนไปเป็นการนั่งสุมหัวคิดหาวิธีถล่มชั้นสี่ แล้วร่วมมือกับคาโอรุไปวางเพลิงโรงเรียนแทนกระมัง..

เพราะว่าการแฮคระบบเป็นหนึ่งใน"ทางเลือก" ที่ทำให้รอดทุกคนรวมทั้งตัวเอง

 

Comment

Comment:

Tweet

ขออนุญาติเมนท์รวบสองตอนนะคะ
อ่านแล้วรู้สึกถึงความตั้งใจในการเขียนเลยค่ะ
ตอนนั้นเราซุ่มอ่านเหตการณ์ระหว่าง นางิ กับอาโอกิอยู่ ช่วงระเบิดโรงงานลุ้นมาก เสียดายที่ตอนนี้ยังเล่าไม่ถึงช่วงนั้น แต่นี่มันก็พีคมากแล้ว T_T
เข้าใจความรู้สึก ของความยากในการแต่งฟิกที่ต้องไล่เลียงความรู้สึกและการตัดสินใจของเด็กเวลาโดนบีบคั้นแบบนี้
แล้วก็ชอบแฟลชแบคของตอนที่แล้วที่ใส่มาตอนนี้ด้วย 
อือ อ่านคอมเมนท์บนแล้วเห็นด้วย อาโอกิ ดูนิ่งๆมาก ตอนที่อ่านโรลก็แปลกใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ แต่มาอ่านอันนี้แล้วเข้าใจแล้วค่ะ 
 
จะรออ่านต่อนะคะ

#2 By [ S h e c k ] on 2012-12-10 21:44

อาโอกิดูคิดเป็นเหตุเป็นผลดี แต่อีกด้านนึงก็เริ่มจากการหนีความจริงก่อน (ฮา)
ชอบตอนที่เอาข้อความจากตอนที่แล้วมาใส่แล้วแยกเป็นสองส่วนน่ะค่ะ แบบตอนแรกคิดว่า ถ้าไม่อยากตายก็ต้องสู้ ....แต่ไม่สิ ถ้าสู้ก็ต้องฆ่าคนอื่น แล้วสุดท้ายก็คิดถึงคำพูดที่บอกว่าจะกลับไปเจอกับน้อง สรุปคือไม่อยากฆ่าใคร แต่ไม่ว่ายังไงก็จะต้องรอดกลับไปให้ได้
ปกติแล้วอาโอกิดูนิ่ง ๆ เก๊ก ๆ เลยนึกว่าจะเย็นชากว่านี้ซะอีก แต่พออ่านมาถึงตอนท้ายที่บอกว่า "...ถ้าสุดท้ายทุกคนต้องตาย..คงจะไม่มีใครที่รู้สึกเฉยชาหรือยินดีหรอก" เลยรู้สึกว่าจริง ๆ เขาก็เป็นคนดีอยู่นะเนี่ย
รออ่านต่อนะ

#1 By W on 2012-12-01 22:37